HAMSIAM.COM # NO.1 HAM COMMUNITY OF THAILAND
22 พฤศจิกายน 2018, 18:40:35 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: 1. อย่าเน้นข้อความด้วยอักษร หรือ เครื่องหมายพิเศษ เช่น +++, !!!,***, ((ขายด่วน)) ฯลฯ
2. อย่าเว้นวรรคตัวอักษรเพื่อเรียกร้องความสนใจ เช่น ข า ย สิ น ค้า ด่ ว น แ ล้ ว วั น นี้ ฯลฯ
3. อย่าโฆษณา Website หรือมี url ที่หัวข้อโฆษณา และในรายละเอียดรวมทั้งลายเซ็น
(มิเช่นนั้นประกาศของท่านจะเข้าข่ายผิดกฏ และ อาจถูกลบโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า)
Google
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
www.two-meter.com http://thaiebayshop.com www.tenmetershop.com
www.siamradio-it.com www.richwave.net www.amornhamradio.com
http://www.hamsiam.com advertise @ hamsiam.com scmshop
www.spy-thai.com
HOW TO UPLOAD PICTURE


หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาทำความรู้จักกองทัพเรือให้มากกว่านี้ อัพเดตข้อมูลใหม่(มีแบบหมวกเรือให้ดูด้วย)  (อ่าน 50204 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:07:52 »


ตราราชการกองทัพเรือ


ประจำการ พ.ศ. 2430 (นับตั้งแต่การสถาปนากรมยุทธนาธิการ)
ประเทศ  ไทย
รูปแบบหน่วย กองทัพเรือ
ขึ้นตรงต่อ กองบัญชาการกองทัพไทย
กองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
สมญานาม ราชนาวี, ทัพประดู่
สีประจำหน่วย กรมท่า
คำขวัญ ร่วมเครือนาวี จักยลปฐพีไพศาล
เพลงประจำหน่วย เพลงราชนาวี, เพลงดอกประดู่
วันสถาปนาหน่วย 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449(วันกองทัพเรือ)
สงครามครั้งสำคัญ สงครามอินโดจีน
ปฏิบัติการครั้งสำคัญ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ยุทธนาวีเกาะช้าง ปฏิบัติการปราบปรามโจรสลัดโซมาเลีย

ธงประจำกองทัพ


ธงฉานและธงชัยเฉลิมพล


ธงราชนาวี




เริ่มต้นด้วยการอ่านยศทหารเรือกันครับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่ายศที่อยู่ที่ต้นแขนกับบนบ่าของทหารเรือ
เค้าอ่านกันอ่านอย่างไร วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างครับ

จอมพลเรือ Admiral of the Fleet
(ผู้ที่มีสิทธิ์ได้ครองยศจอมพลเรือ มีหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ ในหลวงของเราครับ)





พลเรือเอก Admiral
พล.ร.อ. (ชื่อ) ร.น. Adm.




พลเรือโท Vice Admiral
พล.ร.ท. (ชื่อ) ร.น. VAdm.




พลเรือตรี Rear Admiral
พล.ร.ต. (ชื่อ) ร.น. RAdm.




นาวาเอก Captain
น.อ. (ชื่อ) ร.น. Capt.




นาวาโท Commander
น.ท. (ชื่อ) ร.น. Cdr.




นาวาตรี Lieutenant Commander
น.ต. (ชื่อ) ร.น. LCdr.




เรือเอก Lieutenant
ร.อ. (ชื่อ) ร.น. Lt.




เรือโท Lieutenant Junior Grade
ร.ท. (ชื่อ) ร.น. Lt.JG.




เรือตรี Sub Lieutenant
ร.ต. (ชื่อ) ร.น. SubLt.




พันจ่าเอก Chief Petty Officer 1st Class
พ.จ.อ. CPO.1




พันจ่าโท Chief Petty Officer 2nd Class
พ.จ.ท. CPO.2




พันจ่าตรี Chief Petty Officer 3rd Class
พ.จ.ต. CPO.3




จ่าเอก Petty Officer 1st Class
จ.อ. PO.1




จ่าโท Petty Officer 2nd Class
จ.ท. PO.2




จ่าตรี Petty Officer 3rd Class
จ.ต. PO.3




พลทหาร Seaman
พลฯ
-


หากมีข้อสงสัยใดๆหือต้องการทราบการอ่านยศของกองทัพอื่นให้เข้าไปดูได้ในhttp://www1.mod.go.th/opsd/rank/rank.html




เครื่องหมายพรรคเหล่าทหารเรือ





ถ้าเป็นจ่าหรือพันจ่าเครื่องหมายพรรคเหล่าอยู่เหนือยศ สังเกตุจาการอ่านยศข้างบนได้ครับ
แต่ถ้ายศเรือตรีถึงนาวาเอกจะเป็นแถบสี(แต่ละพรรคเหล่าสีจะไม่เหมือนกัน)
อยู่ระหว่างขีดใต้หูกระทะครับ(ดูตัวอย่างด้านบนครับสีระหว่างขีดเป็นสีดำหมายถึงพรรคนาวินครับ)


พรรคนาวิน - ดำ
พรรคกลิน - ม่วง
พรรคนาวิกโยธิน - เหลือง
พรรคพิเศษ - สีต่างๆตามเหล่า ดังนี้
   เหล่าทหารการเงิน-ขาว
   เหล่าทหารพระธรรมนูญ-ฟ้า
   เหล่าทหารสรรพาวุธ-เทา
   เหล่าทหารช่างยุทธโยธา-แดงเลือดหมู(แดงคล้ำ)
   เหล่าทหารวิทยาศาสตร์-เขียวแก่
   เหล่าทหารดุริยางค์-แสด
   เหล่าทหารแพทย์-แดงเลือนก(แดงสด)


   ทหารเรือไทยนั้นค่อนข้างเป็นเหล่าที่มีวัฒนธรรมประจำเหล่าที่ไม่เหมือนใคร โดยหน้าที่ของแต่ละส่วนงานนั้นจะถูกแบ่งเป็น"พรรค"ใหญ่ๆมีทั้งสิ้น 4 พรรค ในแต่ละพรรคจะมี "เหล่า"ต่างๆ ทำหน้าที่แตกต่างกันไปดังนี้ครับ
  
   พรรคนาวิน (นว.)
   -พรรคนาวินนั้นเป็นพรรคที่ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับการรบทางทะเลโดยตรงครับ ทหารเรือพรรคนาวินคือทหารเรือผู้ทำงานอยู่บน "เรือรบ" จริงๆ มีสังกัดเป็น "เรือหลวง" ต่างๆ โดยแบ่งย่อยออกเป็น 10 เหล่าคือ
   เหล่าทหารการปืน (ป.) ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับปืนและอำนาจการยิงด้วยอาวุธปืนประจำเรือ
   เหล่าทหารอาวุธใต้น้ำ (ด.) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้ตอร์ปิโด
   เหล่าทหารสามัญ (ส.) ทำหน้าที่ทั่วๆไปในเรือ (ขอข้อมูลท่านผู้รู้เพิ่มเติมครับ)
   เหล่าทหารสัญญาณ (ญ.) ทำหน้าที่เกี่ยวกับสัญญาณต่างๆ
   เหล่าทหารอุทกศาสตร์ (อศ.) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพยากรณ์ระดับน้ำทะเล
   เหล่าทหารขนส่ง (ขส.) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการบรรทุกสัมภาระในเรือทั้งปวง
   เหล่าทหารสรรพาวุธ (สพ.) ทำหน้าที่ดูแลอาวุธต่างๆในเรือ (แต่ไม่มีหน้าที่ยิงนะครับ)
   เหล่าทหารอุตุนิยมวิทยา (อ.) ทำหน้าที่ในการพยากรณ์ตรวจสอบสภาพอากาศ
   เหล่าทหารสารวัตร (สห.) ทำหน้าที่เป็นตำรวจของทหาร
   เหล่าทหารการข่าว (ขว.) ทำหน้าที่ด้านการข่าวกรองต่างๆ
  
   พรรคนาวิกโยธิน (นย.)
   -ทหารนาวิกโยธิน(ที่สงสัย) คือทหารเรือที่ทำหน้าที่เฉกเช่นทหารราบครับ คำว่าทหารราบก็คือทหารที่เดินรบนั่นเอง สมัยก่อนนาวิกโยธินจะอยู่บนเรือและทำหน้าที่เป็นทหารราบในการยกพลขึ้นบก แต่ปัจจุบันมีที่ตั้งหน่วยถาวรอยู่บนดินนี่แหล่ะครับ ไทยเรามี 4 เหล่าครับ คือ
   เหล่าทหารราบ (ร.) ก็ทำหน้าที่เดินรบนี่แหล่ะครับ
   เหล่าทหารปืนใหญ่ (ป.) ทำหน้าที่สนับสนุนการเข้าตีด้วยอำนาจการยิงที่รุนแรงของปืนใหญ่สนาม
   เหล่าทหารช่าง (ช.) ทำหน้าที่ด้านการช่างทหารทั้งปวง
   เหล่าทหารสื่อสาร (ส.) ทำหน้าที่ด้านการสื่อสารในแบบทหารราบ
  
   ปัจจุบัน นย.ไทยมี กองพันปืนใหญ่ (พัน.ป.นย.) ซึ่งใช้ปืนใหญ่หลักวิถีโค้ง 105 มม. และ150 มม.ครับ และกองพันรถถัง (พัน.ถ.นย.) ก็มี T-69 เป็น รถถังหลักครับ ส่วนกำลังทหารราบนั้นก็มียานเกาะ V-150 และรถ AAV ซึ่งเป็นรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกทั้งคู่อยู่ในประจำการครับ นับว่าเป็นกองกำลัง นย. ที่มีความพร้อมสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ครับ
  
   อีก 2 พรรคที่เหลือขอคร่าวๆนะครับ
  
   พรรคกลิน (กล.)(อ่านว่า "กะ-ลิน")
   -พรรคกลินจะทำงานเกี่ยวข้องกับการช่างกลเรือและช่างไฟฟ้าครับ ซึ่งก็มี 2 เหล่าคือ เหล่าช่างกล กับ เหล่าช่างไฟฟ้าครับ
  
   และสุดท้ายพรรคพิเศษ(พศ.)ครับ
   ทำหน้าที่อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ ทางราชการเราเรียกเป็นทางการว่า เหล่าสนับสนุนการรบครับ มีอยู่ 8 เหล่า ดังนี้ครับ
   เหล่าทหารสารบรรณ (สบ.) ทำงานด้านเอกสาร
   เหล่าทหารพลาธิการ (พธ.) สนับสนุนยุทธปัจจัยต่างๆเช่นเรื่องที่อยู่อาศัย เครื่องแบบ ฯลฯ
   เหล่าทหารการเงิน (กง.) ตรงตัวครับ
   เหล่าทหารพระธรรมนูญ (ธน.) เกี่ยวกับการคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในอำนาจศาลทหาร
   เหล่าทหารช่างยุทธโยธา (ยย.) ซ่อม สร้าง ต่างๆ
   เหล่าทหารวิทยาศาสตร์ (วศ.) วิจัยทางวิทยาศาสตร์ สงครามชีวภาพ ฯลฯ
   เหล่าทหารดุริยางค์ (ดย.) การดนตรี บำรุงขวัญกำลังพล
   เหล่าทหารแพทย์ (พ.) รักษาพยาบาลและงานด้านการแพทย์

ผมจะยกตัวอย่างตัวการอ่านชั้นยศของผมเป็นตัวอย่างนะครับ

จ่าโท ปัญญโชติ แสงมะณี (PO.2 Panyachote Saengmanee)

พรรคพิเศษ เหล่าช่างยุทธโยธา-อิเล็กทรอนิกส์ (ก็จะมีขีดทิ่มลง2ขีดอยู่ที่ข้างแขน ข้างบนขีดมีเครื่องหมายเหล่าอิเล็กทรอนิกส์ ที่คล้ายลูกตระกร้อครับ อิอิ บนเครื่องหมายเหล่าก็จะมีตรากองทัพเรือ อีกทีนึงครับ)
ดูในวงกลมสีแดงครับ นั้นคือยศจ่าโท เหล่าอิเล็กทรอนิกส์ รูปผมเอง อิอิ




ถ้าสมมติว่าผมมียศพันจ่าเอก บนบ่าผมจะมีขีดทิ่มขึ้น3ขีด ข้างบนขีดมีเครื่องหมายเหล่าอิเล็กทรอนิกส์ แล้วจะมีกระดุมตรากองทัพเรืออยู่ข้างบนอีกที


ถ้าสมมติว่าผมมียศเรือตรี บนบ่าผมจะแต่หูกระทะ ใต้หูกระทะจะเป็นแถบสีแดงเลือดหมู


ถ้าสมมติว่าผมมีเรือโท บนบ่าผมจะมีขีดตรงขีดเล็ก1ขีด(เล็กกว่าขีดหูกระทะครึ่งหนึ่ง) แล้วก็หูกระทะ ระหว่างขีดกับหูกระทะจะเป็นแถบสีแดงเลือดหมู


ถ้าสมมติว่าผมมีเรือเอก บนบ่าผมจะมีขีดตรงขีดใหญ่1ขีด(ใหญ่เท่าขีดหูกระทะ) แล้วก็หูกระทะ ระหว่างขีดกับหูกระทะจะเป็นแถบสีแดงเลือดหมู


ถ้าสมมติว่าผมมีนาวาตรี(มีโอกาสยากมากครับ อิอิ) บนบ่าผมจะมีขีดตรงขีดใหญ่1ขีด(ใหญ่เท่าขีดหูกระทะ) ถัดไปจะเป็นขีดตรงขีดเล็ก1ขีด(เล็กกว่าขีดหูกระทะครึ่งหนึ่ง) แล้วก็หูกระทะ ระหว่างขีดใหญ่กับขีดเล็กจะเป็นแถบสีแดงเลือดหมูและระหว่างขีดเล็กกับหูกระทะ ก็จะเป็นแถบสีแดงเลือดหมู


อย่างนี้เป็นต้นครับ

ต้องขออภัยด้วยหากในภาพสีอาจจะผิดเพี้ยนไปจากของจริง ผมตกแต่งภาพเองครับ
(พรรคเหล่าอิเล็กทรอนิกส์หาภาพในกูเกิ้ลไม่ได้เลยครับ)



หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักว่า
การที่จะมายืนตรงจุดนี้ได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ลองดูคร่าวๆนะครับ


วีดีโอบรรกาศการฝึกภาคทะเลของรุ่นผมเองครับ
การฝึกออกเรือในน่านน้ำอ่าวไทย ระยะเวลา1เดือน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=GyX4g5dO33Q" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=GyX4g5dO33Q</a>



มิวสิควีดีโอที่รุ่นพี่ผมเค้าทำครับ(ฝึกร่วมกัน2รุ่น)
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=NkoiSlJyTYI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=NkoiSlJyTYI</a>



หลังจากฝึกภาคทะเล1เดือนต้องมาฝึกภาคสนาม(ภาคป่า) ระยะเวลาอีก1เดือนครับ กินอยุ่ในป่าเลย
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=_J6YtStxcyM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=_J6YtStxcyM</a>

ไม่ได้มีแค่การฝึกเท่านี้นะครับ ต้องมีการเรียนการสอนตลอดเวลา2ปี ทั้งเรียนทั้งแดก
(การทำโทษของทหารเรือเรียกว่าแดกครับ) ทั้งปลุกกลางคืน ทั้งโดนกดดันสารพัด
หลายคนที่เข้ามาแล้วก็ต้องออกไปเพราะทนไม่ไหว
ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่อยากคุยโม้โอ้อวดนะครับ แค่อยากให้ท่านรู้ถึงคำที่ว่า
"คนในอยากออก คนนอกอย่างเข้า" ครับ

นักเรียนจ่าทหารเรือเรียนและฝึก2ปี
แต่นักเรียนนายเรือต้องเรียนและฝึกแบบนี้ถึง4ปีครับ

เพิ่มเติมนะครับ

สำหรับข้าราชการทหารเรือที่จบมาจากนักเรียนนายเรือ เรียก สามสมอ

สำหรับข้าราชการทหารเรือที่จบมาจากนักเรียนจ่าทหารเรือ เรียก สองสมอ

กรณีพิเศษ
คือ ข้าราชการทหารเรือที่จบมาจากนักเรียนนายเรือที่มาจากนักเรียนจ่าทหารเรือ เรียก ห้าสมอ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 ธันวาคม 2010, 11:31:58 โดย Boboe » บันทึกการเข้า

พ.จ.อ.ปัญญโชติ แสงมะณี
082-2018611
Line id : Boboe7850
5982073547 ธ.กสิกรไทย

รองเท้าหนังแก้ว/คอมแบท/Safety
http://www.hamsiam.com/smf/index.php?topic=41851.0
ชุดพรางทบ. ทร.
http://www.hamsiam.com/smf/index.php?topic=58366.0
เสื้อเกราะ
http://www.hamsiam.com/smf/index.php?topic=136403.0
HAMSIAM.COM # NO.1 HAM COMMUNITY OF THAILAND
« เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:07:52 »

พื้นที่โฆษณา ขาย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ CTEK จาก สวีเดน ดีที่สุด/ถูกที่สุด+ประกัน5ปี
คลิ้กไปดูที่ลิ้งค์ข้างล่างเลยครับ
http://www.spy-thai.com/


GPS ติดตามรถหาย ดักฟังเสียงสนทนาในรถ หรือระบุตำแหน่งรถ สั่งดับเครื่อง
ติดตามรถได้ทั่วไทยโดยไม่มีค่าบริการรายเดือน / Tel. 086-9455977
 บันทึกการเข้า
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:42:51 »

   กองทัพเรือไทย หรือ ราชนาวี (คำย่อ : ทร. ชื่อภาษาอังกฤษ : Royal Thai Navy คำย่อภาษาอังกฤษ : RTN) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการปฏิบัติการทางทหารในทะเล ลำน้ำ และพื้นที่บริเวณชายฝั่งของประเทศไทย กองทัพเรือเป็น 1 ใน 3 เหล่าทัพของกองทัพไทย และมีจำนวนกำลังพลเป็นอันดับสองรองจากกองทัพบก กองทัพเรือปฏิบัติการด้วยเรือรบกว่า 340 ลำ อากาศยานกว่า 90 เครื่อง และกำลังรบทางบกอีก 2 กองพล นับเป็นกองทัพเรือที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย กองทัพเรือมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด โดยเป็นหน่วยงานในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา และอยู่ในสังกัดของกระทรวงกลาโหม


   กองทัพเรือมีพื้นที่ปฏิบัติการหลักทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ตามแนวเขตแดนระหว่างประเทศในทะเลความยาวกว่า 1,680 ไมล์ และตามแนวชายฝั่งความยาวกว่า 1,500 ไมล์ หน่วยต่างๆ ในสังกัดกองทัพเรือมีลักษณะการจัดโครงสร้างหน่วยที่คล้ายกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกามาก โดยเฉพาะในหน่วยกำลังรบ คือ กองเรือยุทธการ กองการบินทหารเรือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

หน้าที่ ภารกิจ และบทบาท

   กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือ การป้องกันราชอาณาจักร และดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพเรือตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ตลอดจนหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล

จากหน้าที่ดังกล่าวทำให้กองทัพเรือมีภารกิจ คือ

1.การปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
2.การรักษาสิทธิและอธิปไตยของชาติทางทะเล
3.การคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
4.การดำรงการคมนาคมทางทะเลให้ได้อย่างต่อเนื่อง
5.การช่วยเหลือและสนับสนุนการป้องกันอธิปไตยทางบก
6.การสนับสนุนการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
7.การสนับสนุนการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน

บทบาทของกองทัพเรือในปัจจุบัน คือ

1.การปฏิบัติการทางทหาร (Military Role) คือ การปฏิบัติการทางเรือเพื่อการป้องกันประเทศในรูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ที่กระทบต่ออำนาจอธิปไตยและเอกราชของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กำลังทางเรือที่เข้มแข็ง ปฏิบัติการด้วยความเฉียบพลัน รุนแรง และเด็ดขาด
2.การรักษากฎหมายและช่วยเหลือ (Constabulary Role) คือ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การรักษากฎหมายตามที่รัฐบาลมอบอำนาจ ให้ทหารเรือเป็นเจ้าหน้าที่รวม 28 ฉบับ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนและการพัฒนาประเทศ
3.การสนับสนุนกิจการระหว่างประเทศ (Diplomatic Role) คือ การสนับสนุนการดำเนินนโยบายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาล และใช้หรือแสดงกำลังเพื่อสนับสนุนการเจรจาต่อรอง เมื่อมีการขัดกันในผลประโยชน์ของชาติหรือเหตุการณ์วิกฤติที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติโดยตรง

ประวัติ

      กองทัพเรือมีกำเนิดควบคู่มากับการสร้างอาณาจักรไทยนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กองทัพไทยในสมัยเดิมนั้นมีเพียงทหารเหล่าเดียวมิได้แบ่งแยกออกเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อย่างเช่นในสมัยปัจจุบัน หากยาตราทัพไปทางบกก็เรียกว่า ทัพบก หากยาตราทัพไปทางเรือก็เรียกว่า ทัพเรือ การจัดระเบียบการปกครองบังคับบัญชากองทัพไทยในยามปกติยังไม่มีแบบแผนที่แน่นอน ในยามศึกสงครามได้ใช้ทหารทัพบกและทัพเรือรวมๆ กันไป ในการ ยาตราทัพเพื่อทำศึกสงครามภายในอาณาจักรหรือนอกอาณาจักร ก็มีความจำเป็นต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการลำเลียงทหารและเครื่องศาสตราวุธ เรือนอกจากจะสามารถลำเลียงเสบียงอาหารได้คราวละมากๆ แล้ว ยังสามารถลำเลียงอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ ไปได้สะดวกและรวดเร็วกว่าทางบกด้วย จึงนิยมยกทัพไปทางเรือจนสุดทางน้ำแล้วจึงยกทัพต่อไปทางบก กิจการทหารเรือดำเนินไปเช่นนี้จนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

   พ.ศ. 2394 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการทหารเรือเริ่มแบ่งออกมาชัดเจน และแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ทหารเรือวังหน้า ขึ้นตรงกับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับทหารเรือวังหลวง หรือทหารมะรีนสำหรับเรือรบ ขึ้นตรงกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม โดยทหารเรือวังหน้ามีหน่วยขึ้นในสังกัด คือ กรมเรือกลไฟ กรมอาสาจาม และกองทะเล (บางทีเรียกว่ากองกะลาสี) ส่วนกรมอรสุมพลมีหน่วยขึ้นในสังกัด คือ กรมเรือกลไฟ กรมอาสามอญ และกรมอาสาจาม ซึ่งทหารทั้งสองหน่วยนี้เป็นอิสระจากกัน

   พ.ศ. 2408 ในสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปกครองประเทศยังเป็นระบบจตุสดมภ์อยู่โดยมีกรมพระกลาโหมว่าการฝ่ายทหาร ในขณะนั้นกิจการฝ่ายทหารเรือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ทหารเรือวังหน้า หรือทหารเรือฝ่ายพระราชวังบวร ขึ้นตรงกับกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ) และทหารเรือวังหลวง หรือกรมอรสุมพล ขึ้นตรงกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2412 ขึ้นตรงกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุหพระกลาโหม

   พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ได้ทรงปรับปรุงหน่วยทหารในกองทัพขึ้นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 9 หน่วย โดยในส่วนของทหารเรือวังหลวง คือ กรมทหารเรือพระที่นั่ง (เวสาตรี) และกรมอรสุมพล

      พ.ศ. 2428 กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จทิวงคต ทหารเรือวังหน้าได้ถูกยุบเลิกไป จึงทำให้ทหารเรือในขณะนั้นมี 2 ส่วน คือ กรมทหารเรือพระที่นั่ง ขึ้นตรงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนกรมอรสุมพล ขึ้นตรงกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ สมุหพระกลาโหม

      8 เมษายน พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชาทั่วไปในกรมทหาร (Commander-in-chief) ตาม โบราณราชประเพณี เพื่อให้เกิดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยทหารต่างๆ พร้อมกับประกาศจัดการทหาร โดยจัดตั้งกรมยุทธนาธิการขึ้น ซึ่งเป็นการรวมกองทหารบกและกองทหารเรือเอาไว้ด้วยกัน ทั้งหมด ขึ้นตรงกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร แต่ในระหว่างที่ยังทรงพระเยาว์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นผู้แทนผู้บังคับบัญชาการทั่วไปในกรมทหาร สำหรับกองทหารเรือทรงตั้งนายพลเรือโทพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เป็นเจ้าพนักงานใหญ่ผู้ช่วยบัญชาการทหารเรือ (Secretary to the Navy) มีหน้าที่ คือ ให้จัดการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายข้อบังคับทหารเรือ จำนวนผู้คนในทหารเรือ การฝึกหัดทหารเรือ เรือรบหลวง และพาหนะทางเรือ

      1 เมษายน พ.ศ. 2433 ได้มีการยกเลิกประกาศจัดการทหาร พ.ศ. 2430 และได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดการกรมยุทธนาธิการขึ้นแทน โดยให้เรียกกรมยุทธนาธิการใหม่ว่ากระทรวงยุทธนาธิการ (Ministry of War and Marine) แบ่งออกเป็น 2 กรม คือ กรมทหารบกและกรมทหารเรือ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลโทพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ (Chief Staff of the Navy) และแบ่งส่วนราชการออกเป็นกรมกลาง กองบัญชีเงิน กรมคลังพัสดุทหารเรือ กองเร่งชำระ กรมคุกทหารเรือ กรมอู่ กรมช่างกล โรงพยาบาลทหารเรือ ทหารนาวิกโยธิน เรือรบหลวงและเรือพระที่นั่งประจำการ

      พ.ศ. 2435 ได้มีการจัดระเบียบการปกครองแผ่นดินใหม่ และยกเลิกการปกครองแบบจตุสดมภ์ กำหนดให้มีกระทรวงในราชการ โดยกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ปกครองบรรดาหัวเมืองต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร เป็นผลให้กระทรวงกลาโหม ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการปกครองทางหัวเมือง คงมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทหารอย่างเดียว จึงได้โอนกรมทหารเรือมาขึ้นกับกระทรวงกลาโหม

      11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนฐานะกรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ และในวันเดียวกันนั้นก็ได้ประกาศแต่งตั้งจอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

      8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงทหารเรือกับกระทรวงทหารบกเป็นกระทรวงเดียวกัน ภายใต้นามกระทรวงกลาโหม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เป็นผลทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบกระเทือนดังกล่าวนี้ด้วย ทำให้ฐานะทางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะตกต่ำ จำเป็นต้องพิจารณาตัดทอนรายจ่ายของประเทศให้น้อยลงให้สมดุลกับรายได้ เป็นผลทำให้มีการปรับปรุงการจัดระเบียบราชการใหม่ด้วย โดยแต่งตั้งให้นายพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาบดีกระทรวงทหารเรือเดิมเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม

      พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศ กองทัพเรือถูกลดฐานะเป็นเพียงกรมทหารเรือเช่นเดิม กรมต่างๆ ของทหารเรือลดฐานะมาเป็นกองทั้งหมด เว้นแต่กรมเสนาธิการทหารเรือเท่านั้น นอกจากนั้นส่วนราชการของทหารเรือบางส่วนซึ่งได้เอาไปรวมกับฝ่ายทหารบกก็กลับมาสังกัดอยู่ในกรมทหารเรือตามเดิม

      30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อกรมทหารเรือเป็นกองทัพเรือ ให้เป็นการสอดคล้องกับการเรียกชื่อส่วนรวมของทหารบกว่ากองทัพบก และขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ส่วน คือ กรมเสนาธิการทหารเรือ กองเรือรบ สถานีทหารเรือกรุงเทพ กรมอู่ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมอุทกศาสตร์

      พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 ได้มีการแบ่งส่วนราชการกองทัพเรือออกเป็น 25 หน่วย ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2519 และ พ.ศ. 2521 นอกจากนั้นเพื่อความสะดวก ทางกองทัพเรือได้จัดกลุ่มหน่วยราชการทั้ง 25 หน่วยขึ้นเป็น 5 ส่วนราชการ คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ ส่วนการศึกษา และส่วนกิจการพิเศษ

      13 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ได้มีการเพิ่มกรมการขนส่งทหารเรือขึ้นในส่วนยุทธบริการ และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนนายทหารเรือเป็นสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง

      15 เมษายน พ.ศ. 2530 จัดตั้งสำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือเพิ่มเติม

      พ.ศ. 2538 ได้มีการจัดส่วนราชการใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2538 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 35 หน่วย และจัดเป็นกลุ่มส่วนราชการ 4 ส่วน คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา

      1 เมษายน พ.ศ. 2552 ได้มีการจัดส่วนราชการใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพเรือ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552.[2] โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น 36 หน่วย และจัดเป็นกลุ่มส่วนราชการ 4 ส่วน คือ ส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษาและวิจัย ทั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ คือ ในส่วนบัญชาการ ได้เปลี่ยนชื่อกรมสื่อสารทหารเรือเป็นกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และสำนักงานตรวจบัญชีทหารเรือเป็นสำนักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ รวมทั้งจัดตั้งส่วนราชการใหม่เพิ่มเติม คือ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ และสำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือ ในส่วนกำลังรบ ได้ยุบกองเรือป้องกันฝั่ง และจัดตั้งส่วนราชการใหม่ คือ ทัพเรือภาคที่ 1 2 และ 3 รวมทั้งปรับลดฐานทัพเรือสงขลาและพังงาจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือไปเป็นหน่วยขึ้นตรงทัพเรือภาคที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ในส่วนยุทธบริการ ได้ย้ายสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือไปอยู่ในส่วนการศึกษาและวิจัยแทน และให้กรมอุทกศาสตร์มาอยู่ในส่วนยุทธบริการ สำหรับในส่วนการศึกษาและวิจัย ได้มีการยุบสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง

โครงสร้างหน่วยงาน

ส่วนบัญชาการ
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ (สลก.ทร.)
กรมสารบรรณทหารเรือ (สบ.ทร.)
กรมกำลังพลทหารเรือ (กพ.ทร.)
กรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.)
กรมยุทธการทหารเรือ (ยก.ทร.)
กรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ (กบ.ทร.)
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ (สสท.ทร.)
กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ (กพร.ทร.)
สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (สปช.ทร.)
กรมการเงินทหารเรือ (กง.ทร.)
กรมจเรทหารเรือ (จร.ทร.)
สำนักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ (สตน.ทร.)
สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ (สยป.ทร.)
สำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือ (สธน.ทร.)

ส่วนกำลังรบ

กองเรือยุทธการ (กร.)
กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ (กบฮ.)
กองเรือฟริเกตที่ 1 (กฟก.1)
กองเรือฟริเกตที่ 2 (กฟก.2)
กองเรือตรวจอ่าว (กตอ.)
กองเรือยามฝั่ง (กยฝ.)
กองเรือลำน้ำ (กลน.)
กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ (กยพ.)
กองเรือทุ่นระเบิด (กทบ.)
สำนักงานกองเรือดำน้ำ (สกด.)
กองการบินทหารเรือ (กบร.)
หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.)
ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1)
ทัพเรือภาคที่ 2 (ทรภ.2)
ฐานทัพเรือสงขลา (ฐท.สข.)
ทัพเรือภาคที่ 3 (ทรภ.3)
ฐานทัพเรือพังงา (ฐท.พง.)
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.)
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.)
ฐานทัพเรือสัตหีบ (ฐท.สส.)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ฐท.กท.)
กรมสารวัตรทหารเรือ (สห.ทร.)

ส่วนยุทธบริการ

กรมอู่ทหารเรือ (อร.)
กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ (อล.ทร.)
กรมช่างโยธาทหารเรือ (ชย.ทร.)
กรมสรรพาวุธทหารเรือ (สพ.ทร.)
กรมพลาธิการทหารเรือ (พธ.ทร.)
กรมแพทย์ทหารเรือ (พร.)
กรมการขนส่งทหารเรือ (ขส.ทร.)
กรมอุทกศาสตร์ (อศ.)
กรมสวัสดิการทหารเรือ (สก.ทร.)
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ (วศ.ทร.)

ส่วนการศึกษาและวิจัย

กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ยศ.ทร.)
วิทยาลัยการทัพเรือ (วทร.)
โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ (รร.สธ.ทร.)
โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้น (รร.ชต.)
โรงเรียนพันจ่า (รร.พจ.)
โรงเีรียนชุมพลทหารเรือ (รร.ชุมพลฯ)
ศูนย์ฝึกทหารใหม่ (ศฝท.)
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ (ศยร.)
โรงเรียนนายเรือ (รร.นร.)
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ (สวพ.ทร.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธันวาคม 2010, 19:19:13 โดย Boboe » บันทึกการเข้า
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:51:21 »

กำลังพล

กำลังพลของกองทัพเรือไทยหลักๆ มาจาก 4 แหล่ง คือ

1.ผ่านทางโรงเรียนนายเรือ
     กำลังพลที่กองทัพเรือได้รับผ่านทางโรงเรียนนายเรือ ถือเป็นกำลังพลชั้นสัญญาบัตรส่วนใหญ่ (มีบางส่วนมาจากการสอบเลื่อนชั้นจากชั้นประทวน) ซึ่งจะได้จากนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ ที่เมื่อจบหลักสูตร 3 ปีจากโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว (เทียบเท่าจบ ม.6) จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรืออีกเป็นเวลา 4 ปี โดยในระหว่างนั้นจะมีการให้นักเรียนนายเรือเลือกพรรคและเหล่าที่ต้องการ เพื่อให้เมื่อจบหลักสูตรแล้ว (เทียบเท่าจบปริญญาตรี) จะได้เข้าทำงานตามพรรคและเหล่าที่เลือกได้ทันที นายทหารพรรคนาวินถือเป็นกำลังพลหลักที่จะได้ปฏิบัติงานในหน่วยต่างๆ ของกองเรือยุทธการ โดยเฉพาะการประจำในเรือรบของกองเรือต่างๆ แต่ทั้งนี้นายทหารจะต้องผ่านหลักสูตรการฝึกสั้นๆ ที่กองการฝึก กองเรือยุทธการ (กฝร.) ก่อนปฏิบัติงานจริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นกำลังพลอในหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งด้วย สำหรับนายทหารพรรคกลินก็จะคล้ายกันเพียงแต่มีจำนวนน้อยกว่า ส่วนนายทหารพรรคนาวิกโยธินก็จะเป็นกำลังพลหลักสำหรับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินนั่นเอง

2.นายทหารประทวน ผ่านทางโรงเรียนทหารในสังกัดกองทัพเรือ เช่น โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ผลิตนายทหารประทวนพรรคนาวิน เหล่าสามัญ การปืน สรรพาวุธ และพรรคกลิน
3.ผ่านทางการเกณฑ์ทหาร
4.ผ่านทางสายวิชาชีพเฉพาะทาง (เช่น สายแพทย์และพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ผลิตนายทหารสัญญาบัตรสายแพทย์ โรงเรียนพยาบาลทหารเรือ ผลิตนายทหารประทวนสายพยาบาล โรงเรียนนาวิกโยธิน โรงเรียนพลาธิการ โรงเรียนไฟฟ้าและสื่อสาร โรงเรียนขนส่ง และโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ)

ยุทโธปกรณ์ประจำการ

กองเรือยุทธการ

     เรือรบขนาดใหญ่ที่ประจำการในกองทัพเรือไทยจะต่อจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน สหราชอาณาจักร อิตาลี สิงคโปร์ สเปน หรือ เยอรมนี ในขณะที่เรือรบซึ่งมีขนาดเล็กหรือเป็นเรือที่ไม่ใช่เรือรบหลัก ส่วนใหญ่จะต่อจากอู่ภายในประเทศทั้งอู่ของเอกชนและอู่ของกรมอู่ทหารเรือเอง เช่น เรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำ เรือตรวจการณ์ปืน เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง เรือยกพลขึ้นบก เรือระบายพล เรือสนับสนุนการต่อต้านทุ่นระเบิด เรือน้ำมัน เรือน้ำ เรือลากจูง เรือสำรวจ เป็นต้น

ดูรายละเอียดที่เรือรบในประจำการของกองทัพเรือไทย

เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ
เรือฟริเกต 12 ลำ
เรือคอร์เวต 2 ลำ
เรือเร็วโจมตี 9 ลำ
เรือดำน้ำ (โครงการ 2 ลำ)
เรือตรวจการณ์ขนาดใหญ่ 3 ลำ
เรือตรวจการณ์ขนาดกลาง 12 ลำ
เรือตรวจการณ์ขนาดเล็ก 54 ลำ
เรือปฏิบัติการตามลำน้ำ 191 ลำ
เรือปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก 15 ลำ
เรือปฏิบัติการทุ่นระเบิด 19 ลำ
เรือส่งกำลังบำรุง 9 ลำ
เรือช่วยรบ 12 ลำ

กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

     อากาศยานของกองการบินทหารเรือสร้างจากต่างประเทศทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มาจาก สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีจาก สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ บราซิล และ แคนาดา ทั้งนี้อากาศยานจำนวนประมาณเกือบครึ่งหนึ่ง เป็นอากาศยานที่ได้รับการออกแบบให้สามารถปฏิบัติการจากเรือรบผิวน้ำของกองทัพเรือได้ คือ จากเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือฟริเกต เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ หรือเรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ ส่วนที่เหลือเป็นอากาศยานที่ต้องปฏิบัติการจากสนามบินบนฝั่ง

ดูรายละเอียดที่อากาศยานในประจำการของกองทัพเรือไทย

เครื่องบินขับไล่/โจมตี 27 เครื่อง
เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล 13 เครื่อง
เครื่องบินตรวจการณ์ 14 เครื่อง
เครื่องบินลำเลียง 11 เครื่อง
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล 8 เครื่อง
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง 18 เครื่อง

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล หรือ SEAL)

     กำลังพลนักทำลายใต้น้ำจู่โจม 3 กองรบพิเศษ (เทียบเท่า 3 กองพัน)
อาวุธประจำกาย ปืนพก ขนาด 11 มม. Heckler & Koch USP ปืนเล็กกล ขนาด 9 มม. Heckler & Koch MP-5K/MP-5SD, Heckler & Koch UMP-9 ปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มม. Heckler & Koch G36KV เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กยาว ขนาด 40 มม. Heckler & Koch AG36 ปืนกลเบา ขนาด 5.56 มม. M249 Para, Heckler & Koch HK23E ปืนเล็กยาวซุ่มยิง ขนาด 7.62 มม. Heckler & Koch MSG-1 ปืนเล็กยาวซุ่มยิง ขนาด 12.7 มม. M82, Accuracy International AW50
เรือปฏิบัติการพิเศษ 7 ลำ

หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

     กำลังพลนาวิกโยธิน 1 กองพล (2 กรมทหารราบ 1 กรมทหารปืนใหญ่ 1 กรมสนับสนุน 1 กรมรักษาความปลอดภัย)
อาวุธประจำกาย ปืนพก ขนาด 11 มม. M1911 ปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มม. M4A1/M4A3, Heckler & Koch G36C ปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม. M16A1/M16A2, Norinco CQ M-311 เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กยาว ขนาด 40 มม. M203 ปืนกลเบา ขนาด 5.56 มม. M249 ปืนเล็กยาวซุ่มยิง ขนาด 7.62 มม. Knights Armament SR-25 (Mk.11 mod.0)
อาวุธประจำหน่วย ปืนกลกลาง ขนาด 7.62 มม. M60 ปืนกลหนัก ขนาด 12.7 มม. M2 เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 60 มม. M19 เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 60 มม. M29 ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง ขนาด 106 มม. M40 อวป.ต่อสู้รถถัง M47 Dragon, Messerschmitt-Bölkow-Blohm (MBB) Armbrust
รถถังหลัก Type 69 II
รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV
รถเกราะ V-150, BTR-3E1
รถยนต์บรรทุก HMMWV ติด อวป.ต่อสู้รถถัง TOW
เครื่องยิงลูกระเบิดขนาดหนัก ขนาด 120 มม. M120
ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด 105 มม. M101A1, M101A1 (ปรับปรุง) ใช้ลำกล้องของปืนใหญ่ Giat LG1
ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มม. Space Research Corporation GC-45, Noricum GHN-45

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

     กำลังพล 1 กองพล (2 กรมต่อสู้อากาศยาน 1 กรมรักษาฝั่ง 1 กรมสนับสนุน 2 ศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง)
อาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-อากาศ QW-18, PL-9
ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 20 มม.
ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 37 มม. Type 74
ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40 มม. Bofors L70 และ Bofors L60
ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 130 มม. Type 59
ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มม. Noricum GHN-45
เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Type 702 สำหรับปืนต่อสู้อากาศยาน Type 74
เรดาร์ควบคุมการยิง Type 311B สำหรับปืนต่อสู้อากาศยาน Type 74
เรดาร์ควบคุมการยิง Thales Flycatcher สำหรับปืนต่อสู้อากาศยาน Bofors L70
เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศ ASR-8 (AN/GPN-20/27)
เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ แบบเคลื่อนที่ Thales BOR-A 550

เรือรบของกองทัพเรือไทย

ระเบียบการใช้คำนำหน้าชื่อเรือ

     เรือที่มีระวางขับน้ำปกติตั้งแต่ 150 ตันขึ้นไป กองทัพเรือใช้คำว่า "เรือหลวง" หรือคำย่อว่า "ร.ล." เป็นคำนำหน้าชื่อเรือ อันเป็นการแสดงถึงความเป็นเรือรบของพระมหากษัตริย์ โดยในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า "His Thai Majesty's Ship" หรือใช้คำย่อว่า "HTMS" เป็นคำนำหน้าชื่อเรือ เช่น เรือหลวงนเรศวร หรือ ร.ล.นเรศวร หรือ HTMS Naresuan ทั้งนี้ชื่อเรือเหล่านี้ให้ขอพระราชทานพระมหากษัตริย์ทรงตั้ง

     เรือที่มีระวางขับน้ำปกติต่ำกว่า 150 ตันลงมา กองทัพเรือใช้ตัวอักษรระบุชนิด/หน้าที่ของเรือ เป็นคำนำหน้า และมีหมายเลขเรือต่อท้าย เช่น ต.991 ทั้งนี้ชื่อเรือเหล่านี้กองทัพเรือเป็นผู้ตั้งเอง

ระเบียบการตั้งชื่อเรือ

เรือพิฆาต ตั้งตามชื่อตัว ชื่อบรรดาศักดิ์ หรือชื่อสกุล ของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของชาติ เช่น ร.ล.ตากสิน ร.ล.ปิ่นเกล้า

เรือฟริเกต ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล.เจ้าพระยา ร.ล.ตาปี

เรือคอร์เวต ตั้งตามชื่อเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น ร.ล.สุโขทัย ร.ล.รัตนโกสินทร์

เรือเร็วโจมตี
เรือเร็วโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์ ร.ล.ปราบปรปักษ์
เรือเร็วโจมตี (ปืน) และเรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล.ชลบุรี ร.ล.ภูเก็ต

เรือดำน้ำ ตั้งตามชื่อผู้มีอิทฤทธิ์ในนิยายหรือวรรณคดีเกี่ยวกับการดำน้ำ เช่น ร.ล.มัจฉานุ

เรือทุ่นระเบิด ตั้งตามชื่อสมรภูมิที่สำคัญ เช่น ร.ล.บางระจัน ร.ล.ลาดหญ้า

เรือยกพลขึ้นบก เรือส่งกำลังบำรุง เรือน้ำมัน เรือน้ำ เรือลากจูง และเรือลำเลียง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น ร.ล.สีชัง ร.ล.สิมิลัน

เรือตรวจการณ์
เรือตรวจการณ์ (ปืน) ตั้งชื่อตามอำเภอชายทะเล เช่น ร.ล.สัตหีบ ร.ล.หัวหิน
เรือตรวจการณ์ (ปราบเรือดำน้ำ) ตั้งตามชื่อเรือรบในลำน้ำสมัยโบราณที่มีความเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้น เช่น ร.ล.คำรณสินธุ ร.ล.ล่องลม

เรือสำรวจ ตั้งชื่อตามดาวสำคัญ เช่น ร.ล.ศุกร์ ร.ล.พฤหัสบดี

เรือหน้าที่พิเศษ ตั้งชื่อด้วยถ้อยคำที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ

เรือที่ไม่ได้กล่าวไว้ ให้พิจารณาตั้งชื่อตามความเหมาะสมเป็นคราวๆ ไป เช่น ร.ล.จักรีนฤเบศร ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ หรือเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล.ปัตตานี ร.ล.นราธิวาส

หลักการกำหนดหมายเลขเรือ

หมายเลขตัวที่ 1 แสดงประเภทเรือ (Type) ซึ่งกำหนดไว้ 9 ประเภท คือ
หมายเลข 1 เรือบัญชาการและสนับสนุนการยกพลขึ้นบก
หมายเลข 2 เรือดำน้ำ
หมายเลข 3 เรือเร็วโจมตี
หมายเลข 4 เรือพิฆาต เรือฟริเกต และเรือคอร์เวต
หมายเลข 5 เรือตรวจการณ์
หมายเลข 6 เรือทุ่นระเบิด
หมายเลข 7 เรือยกพลขึ้นบก
หมายเลข 8 เรืออุทกศาสตร์ เรือช่วยรบ และเรือประเภทอื่นๆ
หมายเลข 9 เรือบรรทุกอากาศยาน

หมายเลขตัวที่ 2 แสดงชุดหรือชั้นของเรือ (Class) โดยเรือที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันจะมีการจัดรวมไว้ในชุดเดียวกัน

หมายเลขตัวที่ 3 แสดงลำดับที่ของเรือในชุดนั้นๆ โดยเริ่มจากลำดับที่ 1 เรียงต่อกันไปตามลำดับ หากเรือชุดมีเกิน 9 ลำ เรือลำที่ 10 จะเพิ่มเป็น 4 ตัว

ระเบียบการเขียนชื่อเรือ

     ชื่อเรือที่มีระวางขับน้ำปกติตั้งแต่ 150 ตันขึ้นไป ให้ทำด้วยทองเหลืองบนพื้นสีน้ำเงิน ติดกับตัวเรือตอนท้ายสุดเหนือแนวน้ำ ยกเว้นเรือบางลำหรือบางประเภท ถ้าติดชื่อเรือบริเวณดังกล่าวไม่สะดวก ให้ติดไว้ข้างเรือตอนท้ายทั้งสองข้าง ส่วนเรือดำน้ำ ให้ติดไว้กับตัวเรือทั้งสองข้างค่อนทางหัวเรือเหนือแนวน้ำขณะลอยลำเต็มที่

     ชื่อเรือที่มีระวางขับน้ำปกติต่ำกว่า 150 ตันลงมา ให้เขียนด้วยสีขาวไว้กับตัวเรือทั้งสองข้างตอนหัวเรือ ตรงกึ่งกลางระหว่างแนวน้ำกับแนวกราบเรือ

     ให้ติดป้ายชื่อเรือที่มีระวางขับน้ำตั้งแต่ 100 ตันขึ้นไป และเรือประเภทเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ที่ข้างสะพานเดินเรือทั้งสองกราบ เป็นภาษาไทยอยู่ด้านบน และภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง โดยลักษณะของป้ายชื่อเรือ ให้เป็นไปตามที่กองเรือยุทธการกำหนด

     การเขียนหมายเลขเรือให้ใช้ตัวเลขอาระบิค

ระเบียบการแบ่งชั้นเรือ
เรือที่มีอัตราผู้บังคับการเรือ ให้จัดแบ่งตามชั้นยศของผู้บังคับการเรือ คือ
เรือชั้น 1 คือ เรือที่มีผู้บังคับการเรือยศนาวาโทขึ้นไป
เรือชั้น 2 คือ เรือที่มีผู้บังคับการเรือยศนาวาตรี
เรือชั้น 3 คือ เรือที่มีผู้บังคับการเรือยศเรือเอก เรือโท หรือเรือตรี

เรือที่มีอัตราผู้ควบคุมเรือ จะไม่จัดเข้าอยู่ในชั้นใด และให้ถือเป็นเรือขนาดเล็ก

ระเบียบการแบ่งชั้นหมู่เรือ

หมู่เรือชั้น 1 คือ หมู่เรือที่ประกอบด้วยเรือชั้น 1 ทั้งหมด หรือเรือชั้น 1 กับเรืออื่นๆ
หมู่เรือชั้น 2 คือ หมู่เรือที่ประกอบด้วยเรือชั้น 2 ทั้งหมด หรือเรือชั้น 2 กับเรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่เรือชั้น 1
หมู่เรือชั้น 3 คือ หมู่เรือที่ประกอบด้วยเรือชั้น 3 ทั้งหมด หรือเรือชั้น 3 กับเรือขนาดเล็ก หรือเรือขนาดเล็กทั้งหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธันวาคม 2010, 19:21:06 โดย Boboe » บันทึกการเข้า
K2
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


« ตอบ #3 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:54:30 »

ขอบคุณ ครับ  ได้ ความรู้เกียว กับ ทร ไทย มากเลย   ยิ้ม    นี้พี่สบายดี นะ
บันทึกการเข้า
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 13:57:02 »

ที่ตั้งสำคัญของกองทัพเรือไทย

     กองทัพเรือไทยมีที่ตั้งหลักอยู่ในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และริมชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน 4 แห่ง คือ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ พื้นที่ภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกในจังหวัดสงขลาและนราธิวาส และพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกในจังหวัดพังงา ภูเก็ต และสตูล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือทั้งในส่วนของกองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการ

    ในส่วนกองบัญชาการเพื่อสั่งการใช้กำลังรบของกองทัพเรือ มี 4 แห่ง คือ กองบัญชาการกองทัพเรือเป็นหน่วยหลัก และกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 2 และ 3 เป็นหน่วยรองแยกตามพื้นที่ปฏิบัติการ (ทัพเรือภาคที่ 1 อ่าวไทยตอนบน ทัพเรือภาคที่ 2 อ่าวไทยตอนล่าง และทัพเรือภาคที่ 3 ทะเลอันดามัน)

     ฐานทัพเรือก็จะมี 4 แห่งตามพื้นที่เช่นกัน คือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ สัตหีบ สงขลา และพังงา ตามลำดับ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพและสัตหีบจะมีสถานะใหญ่กว่าอีก 2 แห่งที่เหลือ ขึ้นต่อกองทัพเรือโดยตรง และมีผู้บัญชาการฐานทัพยศพลเรือเอก ส่วนฐานทัพเรือสงขลาและพังงามีสถานะรองลงไป ขึ้นตรงต่อทัพเรือภาคที่ 2 และ 3 ตามลำดับ และมีผู้บัญชาการฐานทัพยศพลเรือโท

ข่าวการจัดหาอาวุธของกองทัพเรือ

เรือรบหลัก

     การจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น C-802A - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2550 อนุมัติงบประมาณจำนวน 1600 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2550-2552 ให้กองทัพเรือดำเนินการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น (โจมตีเรือ) แบบใหม่ ทดแทนระบบอาวุธปล่อยนำวิถี C-801 บนเรือฟริเกตชุด ร.ล.เจ้าพระยา ที่จัดหามาตั้งแต่ปี 2534 และปัจจุบันได้หมดอายุการใช้งานไปแล้ว ซึ่งกองทัพเรือได้ลงในนามในสัญญาจ้างกับบริษัท China National Precision Machinery Import and Export Corp. (CPMIEC) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2550 ให้เป็นผู้ดำเนินการกับเรือฟริเกตชุด ร.ล.เจ้าพระยา จำนวน 2 ลำ คือ ร.ล.กระบุรี และ ร.ล.สายบุรี ประกอบด้วยการติดตั้งแท่นยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น แบบ C-802A จำนวน 4 แท่นยิง ซึ่งแต่ละแท่นยิงรองรับกล่องยิงอาวุธปล่อยฯ ได้ 2 ท่อยิง (อาวุธปล่อยฯ 1 ลูก ต่อ 1 กล่องยิง) รวม 8 ท่อยิงหรืออาวุธปล่อยฯ 8 ลูก ต่อเรือ 1 ลำ พร้อมระบบควบคุมการยิงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการส่งมอบลูกอาวุธปล่อยฯ C-802A จำนวน 13 ลูก พร้อมกล่องยิง 16 กล่อง นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้จัดหาเรดาร์เดินเรือ/ตรวจการณ์พื้นน้ำแบบ BridgeMaster E ของบริษัท Sperry Marine ประเทศสหรัฐอเมริกา มาติดตั้งกับเรือทั้ง 2 ลำด้วย

     การปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร ระยะที่ 2 - กองทัพเรือมีโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุด ร.ล.นเรศวร จำนวน 2 ลำ คือ ร.ล.นเรศวร และ ร.ล.ตากสิน ด้วยงบประมาณจำนวน 3,800 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2552-2556 แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐบาล ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกองทัพเรือมีมติ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 52 ให้ชะลอโครงการออกไปก่อน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนโครงการให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ ทั้งนี้คาดว่ารายการปรับปรุงหลักๆ จะประกอบด้วยการจ้างปรับปรุงเรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศระยะไกลแบบ LW-08 และเรดาร์ควบคุมการยิงแบบ STIR-180 โดยบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ การจัดซื้อระบบอำนวยการรบแบบ TACTICOS เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ-อากาศแบบ SMART-S Mk.2 และเรดาร์ควบคุมการยิงแบบ STIR-180 จากบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ การจัดซื้อแท่นยิงแบบ Mk.41 VLS สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ แบบ ESSM จำนวน 1 แท่นยิง ซึ่งรองรับท่อยิงอาวุธปล่อยฯ ได้ 8 ท่อยิง (อาวุธปล่อยฯ 4 ลูก ต่อ 1 ท่อยิง) รวมอาวุธปล่อยฯ 32 ลูกต่อเรือ 1 ลำ จากบริษัืท Lockheed Martin ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมลูกอาวุธปล่อยฯ ESSM จากบริษัท Raytheon ประเทศสหรัฐอเมริกา การจัดซื้อปืนใหญ่กลแบบ DS-30M REMSIG ขนาด 30 มม./75 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว จากบริษัท MSI Defense Systems Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร ส่วนการปรับปรุงในระยะที่ 1 กองทัพเรือได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ในปี 2552 คือ การติดตั้งระบบชักลาก ฮ. ระหว่างลานจอดและโรงเก็บ ฮ. ประจำเรือ แบบ Samahe ของบริษัท DCNS ประเทศฝรั่งเศส โดยบริษัท Italthai Marines เป็นผู้ดำเนินการ

     การปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล.เจ้าพระยา ระยะที่ 1 - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างปรับปรุงเรือฟริเกต ชุด ร.ล.เจ้าพระยา จำนวน 2 ลำ คือ ร.ล.กระบุรี และ ร.ล.สายบุรี ด้วยงบประมาณจำนวน 850 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2552-2555 ประกอบด้วยการจัดซื้อระบบอำนวยการรบแบบ Poseidon-3 ปืนใหญ่เรือแบบ JRNG-5 ขนาด 100 มม./56 คาลิเบอร์ แท่นคู่ เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำแบบ SR-60A เรดาร์ควบคุมการยิงแบบ TR-47C และระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงแบบ JPT-46 พร้อมการเชื่อมต่อให้สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิมภายในเรือ จากบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Company Ltd. (CSOC) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนการปรับปรุงในระยะที่ 2 และ 3 เช่น การเปลี่ยนปืนใหญ่กลและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ การติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ (อาจจะเป็นแบบ LY-60) จะได้มีการดำเนินการต่อไป

     การปรับปรุงเรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างปรับปรุงเรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ จำนวน 2 ลำ คือ ร.ล.รัตนโกสินทร์ และ ร.ล.สุโขทัย ด้วยงบประมาณจำนวน 750 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2551 ประกอบด้วยการจัดซื้อระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ESM แบบ AN/SLD-4(V) (หรือแบบ ES-3601) ของบริษัท ITT Electronics System ประเทศสหรัฐอเมริกา การจ้างปรับปรุงระบบโซนาร์ใต้ลำตัวเรือแบบ DSQS-21C โดยบริษัท Atlas Elektronik GmbH ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันี การจ้างปรับปรุงระบบเรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงแบบ LIROD-8 โดยบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ และการจัดซื้อเป้าลวงแบบ Dagaie ของบริษัท Sagem Défense Sécurité ประเทศฝรั่งเศส

     การปรับปรุงเรือตรวจการณ์ปืน ชุด ร.ล.สัตหีบ - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างปรับปรุงเรือตรวจการณ์ปืน ชุด ร.ล.สัตหีบ จำนวน 3 ลำ คือ ร.ล.สัตหีบ ร.ล.คลองใหญ่ และ ร.ล.ตากใบ ด้วยงบประมาณจำนวน 1,570 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2552-2554 เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2552 ประกอบด้วยการจัดซื้อระบบอำนวยการรบแบบ TACTICOS และระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงแบบ Mirador พร้อมการเชื่อมต่อให้สามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิมภายในเรือ จากบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์

     การจัดหาเรือยกพลขึ้นบกแบบใหม่ - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2551 ให้กองทัพเรือจัดหาเรือยกพลขึ้นบก (Amphibious Transport Dock; LPD) จำนวน 1 ลำ จากบริษัท ST Marine ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ มูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทดแทนเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ที่ต่อในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จะต้องปลดประจำการจำนวน 2 ลำ นอกจากนี้กองทัพเรือจะได้รับเรือระบายพลขนาดกลางและขนาดเล็กมาพร้อมกับเรือด้วย ทั้งนี้กองทัพเรือได้เลือกใช้แบบเรือของบริษัท ST Marine โดยมีการดัดแปลงจากแบบเรือชั้น Endurance ของกองทัพเรือสิงคโปร์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Terma AS. ประเทศเดนมาร์ค (ระบบอำนวยการรบแบบ C-Flex เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศแบบ SCANTER 4100 (C-Search) ระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง C-Fire) และระบบอาวุธของบริษัท Oto Melara SpA. ประเทศอิตาลี (ปืนใหญ่เรือแบบ OTO Breda Compact ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว) และบริษัท MSI Defense Systems Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร (ปืนใหญ่กลแบบ DS-30M REMSIG ขนาด 30 มม./75 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว) โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2555

อากาศยาน

     การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง MH-60S - รัฐสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้รัฐบาลสหรัฐฯ โดยกองทัพเรือ ขายเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ MH-60S Knighthawk ของบริษัท Sikorsky ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้กับกองทัพเรือไทย จำนวน 6 เครื่อง เพื่อนำไปปฏิบัติการค้นหา ช่วยชีวิต และขนส่งกำลังพล โดยกองทัพเรือได้เซ็นสัญญาจัดซื้อในขั้นต้นก่อนจำนวน 2 เครื่อง และจะดำเนินการจัดซื้อจนครบ 6 ลำต่อไป โดยคาดว่ากองทัพเรือจะนำไปปฏิบัติการจากเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ที่สั่งต่อจากประเทศสิงคโปร์

     การจัดหาเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง ERJ-135LR - กองทัพบกและกองทัพเรือร่วมกันลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องบินแบบ ERJ-135LR จากบริษัท Embraer ประเทศบราซิล จำนวน 2 เครื่อง เหล่าทัพละ 1 เครื่อง โดยกองทัพบกและกองทัพเรือจะนำไปใช้ในการสนับสนุนการเดินทางของผู้บัญชาการและบุคคลสำคัญ สำหรับเครื่องของกองทัพเรือยังมีขีดความสามารถในการขนส่งผู้บาดเจ็บจากการสู้รบ (CASEVAC) ได้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และต่อมากองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องบินแบบดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง เพื่อให้มีจำนวนเครื่องบินพร้อมใช้งานมากขึ้น

     การปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ S-70B - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2552 อนุมัติงบประมาณจำนวน 990 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2552-2554 ให้กองทัพเรือดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในการปราบเรือดำน้ำของ ฮ.ปราบเรือดำน้ำ แบบ S-70B Seahawk จำนวน 6 เครื่อง ซึ่งกองทัพเรือได้ลงในนามในสัญญาจ้างกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2552 ให้จัดซื้อโซนาร์ชักหย่อน แบบ HELRAS (HElicopter Long-Range Active Sonar) DS-100 ของบริษัท L-3 Communications Ocean Systems ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับ ฮ. จำนวน 3 เครื่อง และการปรับปรุงระบบควบคุมและประมวลผลทางยุทธวิธี AN/ASN-150(V) TDMS (Tactical Data Management System) สำหรับ ฮ. ทั้ง 6 เครื่อง ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบโซนาร์แบบชักหย่อน ระบบตอร์ปิโดและระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้เพื่อให้ ฮ. S-70B สามารถปฏิบัติภารกิจได้เต็มขีดความสามารถตามที่ได้รับการออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น และพร้อมรับกับภัยคุกคามจากเรือดำน้ำที่ประเทศเพื่อนบ้านทยอยจัดซื้อเข้าประจำการอยู่ในปัจจุบัน

อาวุธทางบก

     การจัดหารถเกราะลำเลียงพล BTR-3E1 - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อรถเกราะล้อยาง BTR-3E1 จำนวน 12 คัน กับบริษัท Ukrspetsexport ประเทศยูเครน ด้วยงบประมาณจำนวน 420 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 เพื่อนำไปทดแทนรถเกราะคอมมานโด V-150 สำหรับสนับสนุนภารกิจตามแผนป้องกันประเทศ และการปฏิบัติการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน โดยจะนำเข้าประจำการในกองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน

     การจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ QW-18 - กองทัพเรือได้จัดซื้ออาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ ประทับบ่ายิง พิสัยยิงใกล้ นำวิถีด้วยระบบอินฟราเรด แบบ QW-18 จากบริษัท China National Precision Machinery Import and Export Corp. (CPMIEC) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2552 โดยคาดว่าจะนำเข้าประจำการในกองพันต่อสู้อากาศยาน กรมต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และในกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน

การพึ่งพาตนเอง

     เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.991 - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 2546 อนุมัติงบประมาณจำนวน 1,912 ล้านบาท ให้กองทัพเรือดำเนินการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด ต.991 จำนวน 3 ลำ คือ ต.991 ต.992 และ ต.993 ซึ่งกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างกับบริษัทมาร์ซัน จำกัด ให้จัดสร้างเรือจำนวน 2 ลำ คือ ต.992 และ ต.993 และจัดส่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับสร้างเรือให้กับกรมอู่ทหารเรือเป็นผู้จัดสร้างเรืออีก 1 ลำ คือ ต.991 โดยต่อที่อู่ทหารเรือธนบุรี ฐานทัพเรือกรุงเทพ ทั้งนี้เรือชุด ต.991 เป็นเรือที่จัดสร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงร่วมออกแบบและทดสอบเรือด้วยพระองค์เอง โดยกรมอู่ทหารเรือเป็นผู้ออกแบบโดยขยายแบบเรือ ต.99 ให้ใหญ่ขึ้นร้อยละ 10 กับปรับปรุงสมรรถนะของเรือให้สามารถปฏิบัติการในทะเลให้ดีขึ้น รวมทั้งปรับปรุงการจัดพื้นที่ใช้สอยและที่พักอาศัยความเป็นอยู่ของกำลังพลประจำเรือให้ดีขึ้น นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้เลือกใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ และระบบอาวุธของบริษัท MSI Defense Systems Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร โดยปัจจุบันเรือทั้ง 3 ลำ แล้วเสร็จและขึ้นระวางประจำการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีปล่อยเรือ ต.991 ลงน้ำด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2550 ส่วนเรือ ต.992 และ ต.993 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2550

     เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.994 - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2552 อนุมัติงบประมาณจำนวน 1,603 ล้านบาท ให้กองทัพเรือดำเนินการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด ต.994 จำนวน 3 ลำ คือ ต.994 ต.995 และ ต.996 ซึ่งกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างกับบริษัทมาร์ซัน จำกัด เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2552 ให้จัดสร้างเรือจำนวน 2 ลำ และจัดส่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับสร้างเรือให้กับกรมอู่ทหารเรือเป็นผู้จัดสร้างเรืออีก 1 ลำ โดยต่อที่อู่ทหารเรือธนบุรี ฐานทัพเรือกรุงเทพ ทั้งนี้เรือชุด ต.994 ได้รับการออกแบบโดยกรมอู่ทหารเรือ โดยนำข้อบกพร่องจากการใช้งานเรือชุด ต.991 มาพัฒนาปรับปรุง โดยมีการขยายแบบเรือขึ้นร้อยละ 8 แต่ยังคงคุณลักษณะ อุปกรณ์หลัก และรูปแบบลายเส้นตัวเรือ เหมือนกับเรือชุด ต.991 และมีการปรับปรุงขนาดอุปกรณ์และตำแหน่งการติดตั้งให้เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของเรือด้วย นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้เลือกใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ (ระบบอำนวยการรบแบบ TACTICOS ระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงแบบ Mirador) และระบบอาวุธของบริษัท MSI Defense Systems Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร (ปืนใหญ่กลแบบ DS-30M REMSIG ขนาด 30 มม./75 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว) และบริษัท Oto Melara SpA. ประเทศอิตาลี (ปืนกลแบบ OTO Melara naval terret ขนาด 12.7 มม. แท่นเดี่ยว) โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือ ต.994 เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2553

     เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งแบบใหม่ - คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2551 อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,871 ล้านบาท ให้กองทัพเรือดำเนินการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำใหม่ จำนวน 1 ลำ ซึ่งกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างกับบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2552 ให้เป็นเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะทำการต่อที่อู่ราชนาวีมหิดลฯ ฐานทัพเรือสัตหีบ ทั้งนี้กองทัพเรือได้เลือกใช้แบบเรือของบริษัท BVT Surface Fleet ประเทศสหราชอาณาจักร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Thales Nederland B.V. ประเทศเนเธอแลนด์ (ระบบอำนวยการรบแบบ TACTICOS เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำแบบ Variant พร้อมระบบพิสูจน์ฝ่ายแบบ TSA 2525 เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงแบบ LIROD Mk.2 ระบบสื่อสารแบบรวมการ FICS (Fully Integrated Communications System)) และบริษัท Servowatch ประเทศสหราชอาณาจักร (ระบบ IPMS (Intergrate Platform Management System)) และระบบอาวุธของบริษัท Oto Melara SpA. ประเทศอิตาลี (ปืนใหญ่เรือแบบ OTO Breda Compact ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว) และบริษัท MSI Defense System Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร (ปืนใหญ่กลแบบ DS-30M REMSIG ขนาด 30 มม./75 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว) โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2555

     เรือปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51 - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างจัดสร้างเรือปฏิบัติการความเร็วสูง (ลักษณะคล้ายกับเรือปฏิบัติการพิเศษ SOC Mk.V ของกองทัพเรือสหรัฐฯ) จำนวน 4 ลำ กับบริษัทมาร์ซัน จำกัด ด้วยงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2550 เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ซึ่งกองทัพเรือได้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2552 ณ อู่ต่อเรือของบริษัทมาร์ชัน จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ และทำพิธีรับมอบเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2552 ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ

     เรือส่งกำลังบำรุงขนาดเล็ก - กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาจ้างจัดสร้างเรือส่งกำลังบำรุงขนาดเล็ก (ลักษณะเหมือนกับเรือระบายพลขนาดใหญ่) จำนวน 2 ลำ กับบริษัทมาร์ซัน จำกัด ด้วยงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท ผูกพันระหว่างปีงบประมาณ 2551-2553 เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2551 เพื่อนำไปทดแทนเรือระบายพลขนาดใหญ่ ชุด ร.ล.มัตโพน รวมถึงเพื่อรองรับภารกิจการป้องกันประเทศและการช่วยเหลือประชาชนอื่นๆ เช่น การสนับสนุนการลำเลียงยุทโธปกรณ์ทางทะเล การลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การลำเลียงน้ำจืดสนับสนุนเรือ หน่วยเฉพาะกิจ หน่วยราชการ ประชาชนตามเกาะและแนวขอบฝั่งทะเลที่ประสบปัญหาขาดแคลน รวมทั้งโครงการตามพระราชดำริ การสนับสนุนการฝึกปฏิบัติงานของหน่วยต่างๆ ทั้งในและนอก ทร. ซึ่งกองทัพเรือได้ประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2552 ณ อู่ต่อเรือของบริษัทมาร์ชัน จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2553

     ยานใต้น้ำขนาดเล็ก - กองทัพเรือโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ได้จ้างจัดสร้างยานใต้น้ำสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเรือ จำนวน 1 ลำ กับบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ด้วยงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจากกระทรวงกลาโหมจำนวน 24,953,200 และจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติจำนวน 5,000,000 บาท ทั้งนี้ยานใต้น้ำลำนี้เป็นยานต้นแบบมีระวางขับน้ำ 20 ตัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธันวาคม 2010, 19:22:55 โดย Boboe » บันทึกการเข้า
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 14:00:49 »

ขอบคุณ ครับ  ได้ ความรู้เกียว กับ ทร ไทย มากเลย   ยิ้ม    นี้พี่สบายดี นะ

สวัสดีครับพี่ชอน ผมสบายดีครับพี่ แล้วพี่ล่ะสบายดีไหมครับ ผมส่งPMไปหาพี่ไม่ได้ ข้อความพี่เต็มครับ ผมจะส่งไปบอกว่าคู่มือเครื่องต้องรอผมกลับไปทำงานที่เดิมก่อนครับถึงจะถ่ายออกมาได้ครับผม ตอนนี้กับผมไม่มีเลย มีแค่ของเครื่องมือถือกับโมบายเอง
บันทึกการเข้า
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 14:17:34 »

ผมว่าจะลองทำหมวกแก็ปเรือต่างๆของกองทัพเรือไทยมาให้พี่ๆได้อุดหนุนกันนะครับ แค่เเป็นโครงการก่อนนะครับยังไม่ได้ทำจริงๆ เลยลองมาสอบถามความสนใจของพี่ๆก่อนครับ ว่ามีใครสนใจซื้อไหม เพื่อใครจะอยากได้เป็นที่ระลึก อย่างหมวกเรือหลวงสิมิลันที่ออกปราบโจรสลัดก็มีนะครับ มีทั้งแบบธรรมดา แบบมี1ช่อ และแบบมี2ช่อ

ตัวอย่างหมวกครับ(ยืมรูปเค้ามา แต่ของจริงก็แบบนี้ครับ มีทุกเรือที่กองทัพเรือมี)

มีพี่ๆหลายคนถามเรื่องหมวกเข้ามา ผมขอบอกไว้ว่ามันมีหลายแบบมากๆเพราะเรือทร.มีเกือบร้อยลำ แต่ละลำหน้าหมวกไม่เหมือนกันเลยซักลำครับ
แต่ติที่ผมหาแบบมาให้ดูไม่ได้ ผมจะลองพยายามเอามาให้ได้นะครับ


หมวกแก็ปเรือหลวงนราธิวาส


หมวกแก็ปเรือหลวงจักรีฯ


และนี่คือนกหวีดเรือ(เผอิญเมื่อวานพี่fotoถามมาทางPMเลยเอาลงให้ดูด้วย แกอยากได้มาเป็นที่ระลึก)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธันวาคม 2010, 18:04:41 โดย Boboe » บันทึกการเข้า
foto
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5090


HF PL600


« ตอบ #7 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 15:11:03 »

หมวกแก็ปเรือหลวงนราธิวาส สวยจังเลยครับ

เรื่องนกหวีดฝากด้วยนะครับ

เนื้อหาแน่นดีคืนนี้จะเข้ามาอ่านละเอียดอีกรอบครับ
บันทึกการเข้า

call 087-4652927
kob888
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


« ตอบ #8 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 15:44:37 »

หมวกเรือหลวงจักรีฯ สวยครับ อยากได้ ทำเมื่อไหร่บอกด้วย จะอุดหนุนครับ
บันทึกการเข้า

084-0464301
Boboe (E27HOE)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4486


082-2018611 จ่าโบ้


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2010, 15:52:01 »

หมวกแก็ปเรือหลวงนราธิวาส สวยจังเลยครับ

เรื่องนกหวีดฝากด้วยนะครับ

เนื้อหาแน่นดีคืนนี้จะเข้ามาอ่านละเอียดอีกรอบครับ

หมวกเรือหลวงจักรีฯ สวยครับ อยากได้ ทำเมื่อไหร่บอกด้วย จะอุดหนุนครับ

รับทราบครับ พี่ทั้งสองคนเลย ส่วนเรื่องหมวกผมหารูปได้แค่นี้ยังมีอีกเยอะมากครับ เรือแต่ลำหน้าหมวกไม่เหมือนกัน ถ้ามีช่อจะยิ่งสวยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธันวาคม 2010, 16:05:25 โดย Boboe » บันทึกการเข้า
HAMSIAM.COM # NO.1 HAM COMMUNITY OF THAILAND
   

พื้นที่โฆษณา ไฟฉายแรงๆ /วิทยุสื่อสาร /กล้องแอบถ่าย /เครื่องดักฟัง /GPS ติดตามรถหาย ระบุตำแหน่ง ผ่านดาวเทียม
คลิ้กไปดูที่ลิ้งค์ข้างล่างเลยครับ
http://www.spy-thai.com/


GPS ติดตามรถหาย ดักฟังเสียงสนทนาในรถ หรือระบุตำแหน่งรถ สั่งดับเครื่อง
ติดตามรถได้ทั่วไทยโดยไม่มีค่าบริการรายเดือน / Tel. 086-9455977
 บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  


 
กระโดดไป:  

ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ�
ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ� ŧ��ɳ�


Webmaster Earn Money! By Affiliate Program 100% Pay
www.samuismile.com

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!