เมื่อคุณเริ่มออกอากาศในความถี่ครั้งแรก สิ่งที่คุณจะต้องทำอย่างแรกคุณทราบหรือไม่ว่า คุณจะต้องทำอย่างไร หากถามนักวิทยุฯ ใหม่ ๆ ที่เพิ่งสอบผ่านรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุฯ มาสด ๆ ร้อน ๆ หลาย ๆ ท่านก็จะต้องตอบว่า จำสัญญาณเรียกขานของผู้ใช้ความถี่อยู่ , หยิบไมค์ , เตรียมสมุดดินสอเพื่อจดลง LOGBOOK
แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การฟังครับ วิทยุสมัครเล่นฯ นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด หรือ อาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารเลยก็ว่าได้คือ " การฟัง " ยกตัวอย่างการส่งรหัสมอร์ส หากคุณฝึกส่งได้อย่างดีเลย สามารถส่งได้นาทีละ 40-50 คำโดยประมาณ แต่ความสามารถในการรับคุณสามารถรับได้แค่ 5 คำ / นาที ถามว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่า ไม่มีทางในเมื่อคุณส่งซะเร็วขนาดนั้น ผู้รับคุณเขาก็ต้องตอบกลับมาในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพราะเขาคิดว่าคุณสามารถรับได้เท่ากับที่คุณส่ง หากเมื่อเขาส่งมาเร็ว แต่คุณมีความสามารถแค่ 5 คำต่อนาที แล้วคุณจะฟังเขารู้เรื่องได้อย่างไรว่าเขาส่งอะไรมา
เช่นเดียวกันครับ หากพูดกันใน PHONE MODE แล้ว ก็เช่นเดียวกัน พวกเรามีเวลามากพอในการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่น เมื่อเราจะเล่นวิทยุฯ เราต้องดูแล้วว่าเรามีเวลาว่างพอหรือไม่ในการหยิบไมค์ขึ้นมาพูดคุยหากเราไม่มีเวลาว่างมากพอ เราก็ไม่คุยจริงหรือไม่ครับ
ท่านเคยสังเกตกันหรือไม่ว่า หากเมื่อไรท่านไม่ได้จับวิทยุฯ ท่านสามารถคุยกันกับเพื่อนที่เป็นนักวิทยุฯ หรือ ไม่เป็นนักวิทยุฯ ได้อย่างเป็นปกติ แต่เมื่อไรท่านเอาวิทยุฯ มาเป็นตัวคั่นระหว่างเพื่อนกับท่านแล้ว ภาษาที่ท่าน ๆ ใช้กันนั้น มันจะเปลี่ยนไปเลย ลองสังเกตกันดูนะครับ ว่าจริงหรือไม่
แต่ภาษาที่ท่านใช้กันนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านได้มีความเข้าใจในภาษานั้น ๆ แล้วเพียงใด สิ่งที่ท่านใช้นั้นมันถูกต้องตามหลักสากลหรือไม่ ผมคงจะไม่พูดย้อนกลับไปในอดีตว่ากิจการวิทยุสมัครเล่นไทยเกิดขึ้นมาอย่างไร แต่อยากจะเล่าสู่กันฟังสำหรับนักวิทยุฯ รุ่นใหม่ ๆ ว่า กิจการวิทยุสมัครเล่นไทยนั้น เกิดจากวิทยุอาสาสมัคร โดยนำเอาแบบอย่างมาจากหน่วยงานราชการ จากนั้น เมื่อมีกิจการวิทยุสมัครเล่นขึ้นในประเทศไทย ก็ได้มีการนำเอาแบบอย่างต่าง ๆ มาแทบจะทั้งสิ้น อาทิเช่น การขานเวลาหลังจากจบการติดต่อสื่อสาร ของ สถานีวิทยุคมนาคมควบคุมข่าย กิจการวิทยุสมัครเล่น ซึ่งผมอยากจะบอกว่าไม่มีที่ใดในโลกนี้เขาทำกันครับ สถานีวิทยุฯ ส่วนใหญ่แทบทุกสถานีเขาจะมีนาฬิกาที่บอกเวลา UTC และเวลาท้องถิ่นประจำสถานีกัน เพื่อทราบเวลากันอยู่แล้ว สำหรับใช้ในการลงบันทึกการติดต่อสื่อสารใน LOG BOOK
การใช้โค๊ดต่าง ๆ ก็เลียนแบบมาจาก รหัส ว. เพื่อให้มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่จริง ๆ แล้ว มันคือคนละความหมาย หรือ แม้นแต่กระทั่งสร้างคำย่อเองตามใจตน เพื่อให้ใกล้เคียงกับคำย่อที่มีในกิจการวิทยุสมัครเล่น อยากบอกว่า จริง ๆ แล้วนั้น การติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่นนั้น เขามีข้อบัญญัติอย่างดีแล้วครับ ในกิจการวิทยุสมัครเล่นนั้น เขาบอกอย่างชัดเจนว่า ให้ใช้ภาษาธรรมดาให้มากที่สุด ใช้ประมวลรหัส Q ให้น้อยที่สุด เพราะอะไร ก็เพราะว่า รหัส Q นั้น เขาใช้สำหรับการส่งรหัสมอร์ส เพราะเนื่องจาก การรับด้วยหูส่งด้วยมือของคนนั้น สามารถทำได้เต็มที่อย่างเก่งสำหรับคนปกติธรรมดา ก็ไม่น่าจะเกิน 60 คำต่อนาที และด้วยสภาพอากาศอาจจะเป็นใจหรือไม่เป็นใจในการติดต่อสื่อ
สาร หากที่จะใช้คำพูดแบบเต็มรูปแบบ คงจะไม่ทันกินแน่นอน ดังนั้น เขาจึงต้องมี รหัส Q เพื่อมาใช้ย่อในการติดต่อสื่อสาร แต่สำหรับ การพูดนั้น โดยปกติของคนธรรมดา เวลาพูดจะมีความเร็วประมาณ 200 คำต่อนาที ดังนั้น ไม่ใช่เป็นอุปสรรคอันใดต่อการติดต่อสื่อสารแต่อย่างใด